หน้าหมองคล้ำ ดูหม่นหมอง เพราะผิวขาดน้ำ
รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว ความหมองคล้ำ ความหม่นหมองที่เรารู้สึกได้นั้นไม่ได้เกิดจากเม็ดสีเสมอไป แต่เกิดจากการที่ผิวขาดน้ำ เพราะปริมาณน้ำในผิว (Skin Hydration) คือหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังกำพร้าที่จะบ่งบอกว่าเซลล์ชั้นหนังกำพร้าแต่ละชั้น ทำหน้าที่ได้เป็นปกติหรือไม่
  • หนังกำพร้าชั้นล่าง ทำหน้าที่สร้างเซลล์ผิวใหม่ เพื่อทดแทนเซลล์ผิวเดิมที่หลุดลอกออกตามเวลา
  • หนังกำพร้าชั้นกลาง ทำหน้าที่ผลิตสารช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF : Natural Moisturizing Factor) ที่ช่วยกักเก็บน้ำและกักกั้นการสูญเสียน้ำของผิว
  • หนังกำพร้าชั้นบน ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากภาวะคุกคามต่างๆ และการกักกั้นการสูญเสียน้ำ

ผิวหนังกำพร้าที่มีสุขภาพดีจะมีลักษณะเรียบเนียน (Smooth And Moist) นุ่ม (Soft) สว่างใส (Glow And Shine) หากเกิดความผิดปกติของผิวหนังกำพร้าไม่ว่าชั้นใด ก็จะมีผลต่อความชุ่มชื้นของผิว ถ้าผิวแห้ง

การหลุดลอกของเซลล์จะผิดปกติ เกิดการติดและสะสมของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าที่หนามากขึ้นกว่าปกติ เป็นขี้ไคลอยู่บริเวณชั้นนอกของผิวหนังกำพร้า เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจน (Oxidation) แล้ว จะเป็นผลทำให้ผิวไม่สว่างและดูหม่นหมอง ลองนึกภาพตาม เหมือนแอปเปิ้ลที่เราปลอกเปลือกทิ้งไว้ แล้วสีจะคล้ำขึ้นเรื่อยๆ

การแก้ไขเบื้องต้น เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Moisturizer เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และเติมน้ำให้กับผิวอย่างเพียงพอ แต่ในบางราย Moisturizer เพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาอย่างตรงจุดตามแต่ละชั้นของผิวหนังกำพร้า ร่วมกับผลิตภัณฑ์กลุ่มขาวใสและกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอแล้ว

เราสามารถตรวจความสมบูรณ์ของผิวหนังกำพร้า (Smooth & Soft Skin Test) โดยใช้นวัตกรรม Digital Microscope สามารถระบุถึงชั้นผิวหนังกำพร้าที่มีการทำงานผิดปกติได้  จึงช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาความหมองคล้ำ ความหม่นหมองจากผิวขาดน้ำได้ตั้งแต่เริ่มต้นและตรงจุดของปัญหา ซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำการตรวจความสมบูรณ์ของผิวหนังกำพร้าด้วยตัวเองที่บ้านได้ง่ายและสะดวก เพียงทำตามขั้นตอนแล้วใส่ซองส่งกลับไปยังห้องแล็ป เพื่อทำการตรวจวัดผล หลังจากนั้นก็สามารถฟังผลและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ได้ เพื่อผิวสวยที่กระจ่างใส เรียบเนียนนุ่ม