ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Natural Moisturizing Factor, NMF) เคลือบอยู่ เพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ และจะเห็นได้ถึงความเรียบสดใส ดูเปล่งปลั่ง นวลเนียนสวยงาม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเนียนนุ่ม ซึ่งแสดงว่าเซลล์ผิวในขณะนั้นอยู่ใน ภาวะดุลยภาพ แต่หากดุลยภาพของเซลล์ผิวสูญเสียไปผิวจะแห้ง มีขุย ลอก และมีอาการคัน

ผู้ที่มีผิวแห้งจึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาหรือเกิดโรคต่างๆ ตามมา ปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้ง ได้แก่

กรรมพันธุ์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการสร้างสารบางชนิดที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำที่ผิว โรคที่ทำให้ผิวหนังแห้งหรือมีขุย เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) สะเก็ดเงิน (Psoriasis)

อายุที่เพิ่มขึ้น ต่อมไขมันจะสร้างไขมันน้อยลง ผิวจะบางและแห้งเซลล์ผิวกักเก็บน้ำได้น้อยลง

สภาพแวดล้อมต่างๆ จากอากาศหนาวเย็น ทำให้ความชื้นในอากาศลดลง หากอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60% น้ำจะระเหยออกจากผิวมากขึ้น ผิวจึงสูญเสียน้ำมากขึ้นเกิดการแห้งตึง ลอก

การรบกวนต่างๆ จากสารเคมี เช่น การขัด การถู ก็นับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่รบกวนผิวได้เช่นเดียวกัน

การป้องกันและการดูแลดุลยภาพผิวไม่ให้เกิดผิวแห้งคัน

  1. ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเพราะจะเป็นการชะล้างไขมันที่ช่วยเคลือบผิว หากผิวแห้งมากควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่
  2. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเนื่องจากจะทำให้ไขมันซึ่งให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังสูญเสียไป ผิวจึงแห้งมากขึ้น คันเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
  3. ดื่มน้ำให้มากพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ร่างกายคนเรามีน้ำถึง 60-70% หากขาดน้ำความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวจะเสียไป
  4. อากาศที่ขาดความชุ่มชื้นจากการอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ
  5. หลีกเลี่ยงการรบกวนเช่น การอบซาวน่า ไม่ถูไม่ขัดผิว ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งลง รวมไปถึงการตากแดดหรือทำงานกลางแจ้งและการสัมผัสสารเคมีบางอย่าง
  6. เลือกใช้ครีมที่ให้ความชุ่มชื้นหรือมอยส์เจอไรเซอร์
    • มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเคลือบผิว ป้องกันการระเหยของน้ำ (occlusive) เมื่อทาลงบนผิวจะเคลือบผิวหนัง กั้นไม่ให้น้ำภายในผิวหนังออกสู่ภายนอก จะมีสารพวกปิโตรลาทัม ลาโนลิน 
    • มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น โดยการดึงน้ำจากอากาศไว้ที่ผิวหนัง (Humectant) จะมีสารกลีเซอรีน ซอร์บิทอล 
    • มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยการลอกหลุดของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวนุ่มเนียน (Emollient) มีส่วนผสมของมิเนอรัลออยล์ โจโจ้บาออยล์
  7. ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำเพื่อช่วยให้เชลล์ผิวคงดุลภาพที่ดีอยู๋ได้อย่างยาวนาน ควรจะทาอย่างน้อยวันละสองครั้ง หากแห้งมากเป็นขุย ควรทาซ้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน โดยไม่จำเป็นต้องล้างหน้า สามารถทาทับได้เลย
  8. การรับประทานอาหารเสริมที่มีแกมม่า ไลโนเลนิค แอสิดหรืออีพีโอ (น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส/ Evening Primrose Oil) อีพีโอ เป็นกรดไขมันที่จำเป็น ช่วยลดอาการผิวแห้งและผิวอักเสบ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

ถ้ามีอาการคันไม่ควรเกา เพราะจะทำให้ผิวถลอกเกิดการอักเสบติดเชื้อได้

หากมีการดูแลและปฏิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้น ผิวก็ยังแห้ง คัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเหมาะสม

ปกป้อง ส่งเสริม ฟื้นฟู และแก้ไขให้ตรงจุด อย่าปล่อยให้ผิวสูญเสียดุลยภาพไปนานๆ เพราะนอกจากจะขาดความสวยงามแล้ว ยังทำให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นระคายเคืองได้ง่าย ทั้งยังทำให้ผิวแห้งกร้าน แก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอยเหี่ยวแห้ง หรือริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เมื่อถึงจุดนั้นจะแก้ไขให้เซลล์ผิวกลับสู่ดุลยภาพ มีสุขภาพผิวที่ดีคงยากยิ่งกว่า