ผิวสวย ไม่ได้วัดแค่ที่ความขาว
ขาว ไม่ได้แปลว่าสวยเสมอไป และผิวขาวแค่อย่างเดียวก็ไม่ได้หมายถึงผิวสวย เพราะผิวสวย คือผิวที่มีสุขภาพดี มองด้วยตา จะเห็นความกระจ่างใส เรียบเนียน ดูมีออร่า มีประกาย โดยที่ผิวสวยสามารถมีสีผิวที่แตกต่างกันได้

ลักษณะผิวสุขภาพดี ที่ทุกคนควรมีได้แก่

ผิวเรียบเนียนใส เมื่อมองด้วยตาจะเห็นความใส ดูมีประกาย มีออร่า หรือสัมผัสจะรู้สึกถึงความเรียบเนียน นุ่ม น่าลูบไล้ ในทางกลับกันผิวที่อ่อนแอ จะมีปัญหา ติ่งเนื้อ, สิว, และรอยแผลเป็น

ผิวมีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เพราะโดยธรรมชาติแล้วผิวสุขภาพดีจะสามารถสร้างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้เอง ที่ช่วยกักเก็บและกักกั้นความชุ่มชื้นไว้ได้ดีด้วย ต่างกับการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ลงไปเคลือบผิว กลับกันผิวอ่อนแอขาดความชุ่มชื้นจะหยาบกร้าน และแห้งเป็นขุยจนถึงเกิดผิวอักเสบเป็นผื่นบวมแดงได้

สีผิวสม่ำเสมอ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บอกว่าผิวยังแข็งแรงทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ข้างใต้ผิวได้ดีหรือไม่ ในกรณีที่ผิวเรามีจุดด่างดำ หน้าหมองคล้ำและสีผิวที่ไม่เท่ากัน นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าผิวเราทำงานผิดปกติแล้ว

ผิวมี Skin Barrier ที่แข็งแรง เพราะ Skin Barrier คือปราการปกป้องผิวจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก และช่วยรักษาความชุ่มชื้นจากภายใน อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดด่างสูง จะทำให้ Skin Barrier เสียหาย และไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผื่นคัน ผิวแพ้ง่าย กลับมาเป็นอยู่บ่อยๆ

เพราะผิวสวยเกิดจากการที่ผิวมีสุขภาพดี และผิวสุขภาพที่ดีเกิดจากเซลล์ชั้นหนังกำพร้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ

หนังกำพร้าส่วนบน ผลิตสาร NMF ช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำหน้าที่กักกั้นการสูญเสียน้ำของผิว

หนังกำพร้าส่วนกลาง ผลิตสารช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำในเซลล์

หนังกำพร้าส่วนล่าง สร้างเซลล์ผิวหนังกำพร้าใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ขี้ไคลที่หลุดลอกปกติตามเวลา

หากหน้าที่ของหนังกำพร้าเสียไป จะทำให้เกิดความผิดปกติของผิว 5 ประเภท ดังนี้

ประเภทผิวต้นเหตุผิวผิดปกติลักษณะผิวเสียสวย
ประเภทที่ 1มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าส่วนบน อาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดด่างสูง การโดนแดดและความร้อนหน้าหมองคล้ำ ขาดความสว่าง ลูบแล้วไม่เนียน
ประเภทที่ 2มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าส่วนบน และมีลักษณะที่ผิดปกติด้วย อาจเกิดจากการโดนแดด หรือความร้อนจากเลเซอร์ในขณะที่ผิวแห้ง ทำให้ชั้นหนังกำพร้าส่วนบนกักเก็บน้ำ และกักกั้นความชื้นได้ไม่ดีหน้าหมองคล้ำ ขาดความใส ลูบแล้วไม่เรียบ อาจมีขุยได้
ประเภทที่ 3มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าส่วนกลาง เกิดจากการรบกวนผิวขัดถูแรงๆ เป็นประจำ การแพ้หรือภูมิแพ้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดด่างสูง การเปลี่ยนแปลงความชื้นในอากาศ หรืออาจเป็นผิว Seborrhea (เซลล์ผิวแปรปรวน) ทำให้ชั้นหนังกำพร้าส่วนกลางกักเก็บน้ำได้ไม่ดี และเกิดการอักเสบผิวขาดความผ่อง ลูบแล้วไม่นุ่ม รู้สึกตึงหลังล้างหน้า อยู่นานเกิน3 ชั่วโมง อาจมีขุยบางๆ และอาจเกิดการอักเสบ แสบ คันง่าย
ประเภทที่ 4มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าส่วนล่าง ที่มีการหลุดลอกมากกว่าปกติ อาจเป็นผิว Seborrhea (เซลล์ผิวแปรปรวน) ทำให้ไม่สามารถสร้างเซลล์ผิวที่เกิดใหม่ให้กักเก็บน้ำได้ผิวไม่เปล่งปลั่ง ดูคล้ำ ด้าน ลูบแล้วไม่ลื่น รู้สึกตึงหลังล้างหน้า อยู่นานเกิน 3 ชั่วโมง ผิวอาจมีขุยที่เห็นชัดเจน
ประเภทที่ 5มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าส่วนล่าง ที่มีการหลุดลอกมากกว่าปกติและมีลักษณะที่ผิดปกติด้วย เป็นผิว Seborrhea (เซลล์ผิวแปรปรวน) และมักเกิดจากภายในร่างกายที่มีความแปรปรวน ทำให้ไม่สามารถสร้างเซลล์ผิวที่เกิดใหม่ให้กักเก็บน้ำได้ผิวไม่มีประกาย ดูด้าน ลูบแล้วไม่เนียนนุ่ม รู้สึกตึงหลังล้างหน้า อยู่นานเกิน 3 ชั่วโมง มีขุยที่เห็นชัดเจน และอาจมีอาการแดง คันได้

นอกจากความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้าที่กล่าวมานี้ อากาศที่มี PM 2.5 ยังมีผลทำให้การทำงานของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าผิดปกติด้วย ในการจัดการปัญหาผิวเสียสวยได้ทัน เราใช้การตรวจความสมบูรณ์ของผิวหนังกำพร้า (Smooth & Soft Skin Test) โดยใช้นวัตกรรม Digital Microscope และแก้ปัญหาผิวเสียสวยเหล่านี้ด้วยทรีทเม้นท์กลุ่ม Epidermal Healing ที่ช่วยทั้งแก้ปัญหาและทำให้ผิวสวย ดูกระจ่างใส มีความเปล่งปลั่งเป็นประกาย รู้สึกได้ถึงความเรียบ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้นที่น่าสัมผัส เพราะผิวที่มีสุขภาพดี ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ คือจุดเริ่มต้นของการมีผิวสวยอย่างแท้จริงในทุกๆ ด้าน